วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2558

ความจริงที่ต้องบอก การเลือก"ฟิน"สำหรับดำน้ำให้"ฟิน" Scuba Battle "Fins"

จากการเขียน Blog อย่างเมามันส์ของผม โพสนี้มาเปรียบเทียบ อุปกรณ์กันบ้างนะครับ ในรีวิวเปรียบเทียบของผมขอไม่เอ่ยชื่อ Brand นะครับจะพูดถึงรูปทรง กับการใช้งานเป็นหลัก ส่วนจะถามเรื่องใช้ยี่ห้ออะไรดี ขอเป็นการแนะนำกันหลังไมค์แล้วกันนะครับ



ยกที่ 1 ฟินเบา VS ฟินหนัก




หลายคนเวลาเลือกซื้อฟิน มักจะหาที่เบาๆไว้ก่อน เพราะมีความเชื่อว่า ฟินเบาจะตีง่ายกว่าฟินหนัก ในความเป็นจริง น้ำหนักของฟินที่มีน้ำหนัก มักจะพอดีเมื่ออยู่ใต้น้ำ ซึ่งทำให้ควบคุมฟินได้ง่ายกว่าเมื่อคุณตีฟินได้อย่างถูกต้อง ส่วนฟินที่เบา มักจะทำให้ขาลอยชี้โด่เด่ ควบคุมยาก และต้องออกแรงเพื่อควบคุมมากกว่า แต่ข้อดีของฟินเบาคือเมื่ออยู่ผิวน้ำจะควบคุมง่ายกว่าและเวลาเดินทาง สะดวกกว่าโดยเฉพาะเมื่อคุณต้องจ่ายค่าน้ำหนักกระเป๋าเพิ่ม



ยกที่ 2 ฟินแข็ง VS ฟินอ่อน


เนื่องจากความแข็งแรงของแต่ละคนไม่เท่ากันฟินจึงออกแบบมาให้มีความแข็งที่แตกต่างกันไปตามกำลังของแต่ละคน หากคนแข็งแรงไปใช้ฟินอ่อนๆก็เหมือนเอากระดาษพายเรือ จะมีแต่โบกขาไปมากไม่ได้ระยะทาง ในทางกลับกัน ถ้าผู้หญิงหรือ คนชราใช้ฟินแข็งๆ ก็จะตีไม่ไปเช่นกัน


ยกที่ 3 Full Foot VS  Open heel 

มวยคู่นี้ถือเป็นคู่เอกเลยก็ว่าได้ เมื่อเทียบกันเหมือนมวยรุ่นใหญ่กับรุ่นเล็ก โดยปกติแล้วมือใหม่ๆครูจะแนะนำให้ใช้ Full Foot ก่อนเนื่องจากฝึกควบคุมได้ง่ายกว่า ส่วนOpen heel ควรใช้ในนักดำน้ำที่ดำมาซัก 50 ไดฟ์ขึ้นไป เมื่อคุณรู้จักการควบคุมขาได้อย่างดีแล้ว ข้อดีอีกอย่างของFull Foot คือน่ำหนักเบากว่า และไม่ต้องมีรองเท้า ส่วนOpen heel ก็ใส่ง่ายกว่าเพราะมีรองเท้า


ยกที่ 4 ฟินยาวผอม VS ฟินสั้นอ้วน


เป็นที่ถกเถียงกัน แม้จะเป็นนักดำน้ำมือเก่าก็ตาม ว่าฟินแบบไหนจะดีกว่ากัน แนะนำว่าถ้าคุณใช้ ฟินที่มีขนาดยาวการตีขาแรงจะมาจากสะโพก น่อง และข้อเท้า สิ่งที่ได้คือความรวดเร็วในทางตรงเหมือนรถ F1 ยิ่งตีทางยาวเท่าไหร่ย่ิงตีเร็ว แต่ถ้าคุณใช้ฟินที่สั้นและหน้ากว้าง คุณจะเหมือนรถ Drag ออกตัวได้รุนแรงและได้กำลังมหาศาลจากการตีขาแต่ละครั้งโดยพลังส่วนใหญ่มาจาก สะโพก หน้าขา หลังน่อง และฝ่าเท้า


ยกที่ 5 ฟินพลาสติก+ยาง VS ฟินซีลิโคนทั้งชิ้น


คู่นี้เหมือนจะเป็นมวยต่างรุ่น ที่ถูกบังคับให้จับมาชกกัน เหมือนกังฟูกับมวยไทยก็ว่าได้ สำหรับฟินที่ทำจากพลาสติก หรือพลาสติกผสมยาง น่าจะเหมาะกับการดำผิวน้ำมากกว่า แต่ก็มีการพัฒนาให้ใช้งานดำน้ำลึกได้เช่นกัน ข้อดีคือ เบา ราคาถูก ข้อเสียคือ แข็ง ขาดง่าย มักฉีกขาดตามรอยต่อระหว่างยางกับพลาสติก ส่วนฟินที่ทำจากยางทั้งก้อนหรือซิลิโคน ในรูปแบบที่หล่อขึ้นมา พวกนี้จะทนทาน อายุใช้งานยาวนาน แต่ น้ำหนักมาก และราคาสูง


ฟินในปัจจุบันมีให้เลือกมากมาย ทั้งสีสรรค์ รูปทรง การออกแบบ เทคโนโลยี ขึ้นอยู่กับผู้ผลิต เราควรเลือกฟินให้เหมาะกับการใช้งาน วิธีตีขา และสภาพร่างกายของเราเอง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้ อย่าเชื่อแค่ว่าคนนั้น คนนี้ บอกว่าดี เราต้องเรียนรู้ฝึกฝน และเลือกสิ่งที่เหมาะสมด้วยตัวเราเองครับ

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2558

รีวิว "เรือฟ้าใส" ราคาเล็กแต่คุณภาพไม่เล็ก Review M/V Fah Sai Thailand Liveaboard Low Cost

ถ้าพูดถึงเรือ Liveaboard ในไทย เรือฟ้าใสจะต้องอยู่ในรายชื่อ เรือที่นักดำน้ำไทยรู้จักเป็นอย่างดี อาหารสุดอร่อยฝีมือ "แม่ขวัญ" หลีดดำน้ำชื่อดังอย่่าง พี่ปุ้ม พี่น้อย ที่อยู่ประจำเรือลำนี้ เดินทางท่องเที่ยวสบายๆ แบบเป็นกันเองตลอดทริป


ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เริ่มต้นการผจญภัยในโลกใต้น้ำ โดยอาศัยเรือลำนี้ ด้วยราคาที่ประหยัด ทำให้เป็นเป้าหมายในการเดินทางของนักดำน้ำหลายๆท่าน เรือฟ้าใสเป็นเรือที่วิ่งเฉพาะทางฝั่งอันดามัน ในช่วงน่ามรสุม เรือจะมีทริป หลีเป๊ะ เป็นทริปหนึ่งที่พลาดไม่ได้


ไม่ต้องกลัวเรื่องเมาเรือ ฟ้าใส ต่อครีบเหล็กใต้ท้องทำให้เรือนิ่งกว่าเรือประมงปกติ


ฟ้าใสเดิมเป็นเรือฮอลดูรัส(เรือลาดจูงคอนเทเนอร์) ดัดแปลง  ขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ก็พอจุนักดำน้ำตัวโตๆได้ 28 คนสบายๆ มีพื้นที่ใช้สอย กระทัดรัดตามแบบฉบับนักท่องเที่ยว Backpacker



โลโก้ ฉลามยิ้ม FAH SAI SMILE SHARK


จุดเตรียมตัวดำน้ำ จัดไว้ได้ลงตัว


ห้องนอนเป็นเตียง 2 ชั้นคนล่างนอนพื้นแบบสบายๆ คนด้านบนลุกหัวก็ไม่โขกเพดาน แอร์เย็นฉ่ำทุกห้อง


ห้องน้ำรวม 4 ห้อง ขอบอกเลยไปกี่รอบก็สะอาดสะอ้าน 


เรือลำนี้ด้วยพื้นที่จำกัดห้องพักผ่อนจึงเป็นแบบ Open Air ถึงจะเห็นแบบนี้ ทั้ง TV ดูหนังฟังเพลงมีครบนะขอบอก


สายชิว ตอนเย็นๆมาชมพระอาทิตย์ตกข้างๆฉลามยิ้ม มีที่นั่งจิบเบียร์เบาๆ หรือใครไม่กลัวความสูงก็ขึ้นหลังคาเรือเลยถ่ายรูปสวยมากๆ



ฟ้าใสขึ้นขื่อเรือ หลีดดำน้ำคนเก่ง พี่น้อย พี่ปุ้ม ที่หาของเล็กของใหญ่ให้เราดูได้ตลอดทริป



"แม้ราคาจะเล็ก แต่คุณภาพไม่เล็ก" ที่สำคัญเจ้าของเรือลำนี้ "แม่ขวัญ" เป็นแม่ครัวปรุงอาหารใต้อร่อยๆให้เราทานทุกๆมื้อ ถือว่าเป็นจุดเด่นของเรือลำนี้จริงๆ คุณภาพอาหาร ไม่อายใครเลยทีเดียว เมนูเด็ด ซีฟู้ด ใบเหลียงผัดไข่ น้ำพริก และบักกุ๊ดเต๋





สำหรับคะแนน รีวิวจาก Siam-Divesite

 7/10   Utility space พื้นที่ใช้สอย
 9/10   Cleanness ความสะอาด
 7/10   Stability ความนิ่งของเรือ
 9/10   Service การบริการ
10/10   Food quality คุณภาพอาหาร
 7/10   Staff competence ความชำนาญของทีมงาน
 7/10   Convenient ความสะดวกสบาย
 7/10   Modernity ความทันสมัย
 6/10   Diver area พื้นที่สำหรับนักดำน้ำ
10/10   Worthy ความคุ้มค่ากับราคา

TOTAL  78/100 

Liveaboard ระดับ 3 ดาว


ความเห็นส่วนตัว

อย่าดูถูกเรือระดับ 3 ดาวลำนี้นะครับ ถึงพื้นที่จะเล็กแต่ ทั้งคุณภาพและบริการไม่แพ้เรือใหญ่ๆเลย ส่วนตัวแล้ว ไปเรือฟ้าใสมาหลายครั้งมากเป็นเรือ Liveaboard ลำแรกที่ผมขึ้น พี่น้อย พี่ปุ้ม พี่ขวัญดูแลดีมากๆ เรือลำนี้ได้สร้างประสบการณ์ดีๆให้นักดำน้ำมาแล้วมากมาย หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รักการดำน้ำเป็นชีวิตจิตใจ ลองเรือฟ้าใสซักครั้งครับ "ผมรักเรือลำนี้ครับ FAH SAI SMILE SHARK"

ชอบกด LIKE ถูกใจ ช่วยแชร์ด้วยนะครับ 

เขียนโดย ครูบูมสอนดำน้ำ
ขอบคุณรูปจาก พี่ขวัญ(พี่สาวใจดีของผม)
nathan.prosac@gmail.com
Line:bybabyboom

วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2558

รีวิวหนังสือนักดำน้ำน่าอ่าน"ปลาทะเลไทย" Thailand Marine Book

เอาเล่มนี้มาแนะนำเพราะเป็นหนังสือดำน้ำชุดแรกที่ผมซื้อเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ทุกวันนี้ผมก็ยังต้องกลับมาเปิดหนังสือเล่มนี้ดูหลายๆครั้งหลังจากดำน้ำ



หนังสือคู่มือปลาทะเลไทย ได้รวบรวมความรู้ เรื่องปลาในทะเลไทยทั้งหมดไว้เหมือนเป็น"คัมภีร์ปลา"ของคนดำน้ำเลยก็ว่าได้ ภาพและเนื้อหาถูกรวบรวมไว้ด้วยฝีมือ ช่างภาพใต้น้ำชื่อดังของเมืองไทย อ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ,อนุวัต สายแสง,บารมี เต็มบุญเกียรติ,นัท สุมรเตมีย์


หนังสือถูกจัดทำเป็น 3 เล่มเนื้อหาเกี่ยวกับการแบ่งรูปร่าง ปาก ตา จมูก หาง เกล็ด ครีบ ลาย



ในปลาแต่ละตัว บอกชื่อไทย ชื่อเรียก ชื่ออังกฤษ ชื่อวิทยาศาสตร์ วงศ์ ชั้น ลักษณะความแตกต่าง ตำแหน่งที่พบในทะเลไทย นิสัย อาหารทิ่กิน สภาพนิเวศน์ และกายภาพ อย่างครบท้วน


ชุดรวม 3 เล่มมาพร้อมกล่องแข็ง มี CD บรรยาย พร้อมภาพอีก 3 แผ่น สำหรับผม ผิดหวังกับ CD นิดหน่อยครับมันคือเอาเนื้อหาในหนังสือมาพูด เหมาะสำหรับคนขี้เกียจอ่าน แต่เทียบกับคุณภาพของหนังสือ ช่าง CD มันเหอะครับ

สำหรับหนังสือเล่มนี้ siam-divesite แนะนำให้หาสะสมไว้เป็นเจ้าของเลยครับ มันคือคัมภีร์ ความรู้อย่างแท้จริง หาซื้อได้ตามงานดำน้ำ ร้านดำน้ำ ศูนย์หนังสือจุฬา ศูนย์หนังสือ ม.เกษตร

ราคา 1,190 รุ่นพิมพ์ครั้งที่ 4,2552


วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2558

รีวิวแหล่งดำน้ำทั้วไทย "การชุมนุมของแมนต้า" ที่ หินแดง-หินม่วง (Hin Daeng / Hin Muang)

วันนี้กลับมารีวิว Dive Site กันเช่นเดิมครับ รีวิวนี้ถือเป็นเป็นการเปิดทริป อันดามันใต้ประจำปี 2015 เลยแล้วกัน



ถ้าพูดถึงการดำน้ำเส้นทาง อันดามันใต้ ตั้งแต่ภูเก็ต-หลีเป๊ะ จุดสำคัญในการดำน้ำเส้นทางนี้คงหนีไม่พ้น หินแดง-หินม่วง ซึ่งบางครั้งเราใช้เวลากับการดำที่จุดนี้ 2-6 ไดฟ์กันเลยทีเดียว เราลองมาดูว่าเพราะอะไรจุดดำน้ำจุดนี้ถึงได้รับความนิยมจากนักดำน้ำกัน



หินแดง-หินม่วง ตั้งอยู่ในพื้นที่ จังหวัดกระบี่ ซึ่งเราสามารถดำน้ำแบบวันเดียวได้โดยใช้ เรือเร็วจากกระบี่แต่ไม่เป็นที่นิยมเนื่องจากต้องเดินทางไกล นักดำน้ำส่วนใหญ่ที่มาดำน้ำในจุดนี้มักมากันในทริป Liveaboard (ดำน้ำ กินนอน บนเรือ) ซึ่งเป็นจุดผ่านระหว่างการมุ่งหน้าสู่ เกาะหลีเป๊ะ หินแดง-หินม่วง เป็นกองหินใต้น้ำ 2 กอง มีข้อมูลจากการเล่า มาปากต่อปากของนักดำน้ำ ว่าเมื่อสมัยก่อนวันที่น้ำใส เรือที่มา ก้มมองกองหินที่เต็มไปด้วยปะการังอ่อนปกคลุม เมื่อมองผ่านน้ำเห็นหินกองที่ตื้น เป็นสีแดง แต่ เห็นกองที่ลึกเป็นสีม่วง ซึ่งเกิดจากความต่างกันของความลึก ทำให้สีของแสงถูกดูดซับไป จึงเป็นที่มาของชื่อ "หินแดง-หินม่วง"นั่นเอง

ลักษณะการดำน้ำที่จุดนี่ เรามักจะมาดำกัน 2-3 ไดฟ์  โดยส่วนใหญ่ เช้าจะเริ่มที่หินม่วงเนื่องจากมีความลึกมากกว่า




การดำหินม่วงเรามักจะลงตามสายทุ่น หากมีกระแสน้ำเราจะใช้แนวหินเป็นตัวกำบังด้านใดด้านหนึ่ง กองหินม่วงมีลักษณะเป็นกองหินแบบแนวยาว ซึ่งกระเบนราหู มักจะเข้ามาทางยอดกอง 8 เมตร แต่อย่าลืมแวะไปดูปลายกองด้านตะวันออก 22 เมตร โชคดี เราอาจได้เจอฉลาม นอนเล่นอยู่กับพื้นอีกด้วย



หินแดงมียอดกองหินที่โผล่พ้นน้ำ โดยส่วนใหญ่เราก็จะลงสายทุนเช่นกัน ยอดกองอยู่ใต้น้ำอยู่ 5 เมตร มีปะการังอ่อนปกคลุม และเป็นจุดที่กระเบนราหูเข้ามาบ่อยครั้ง

















หินแดง หินม่วง ดูอะไรดี...

ความสวยงามของ กองหินที่เต็มไปด้วยปะการรังอ่อนสีม่วงชมพู ปลาฝูงมากมาย ปลาไหลมอเรย์ หมึกกระดอง ปลาปั๊กเป้ากล่อง ทากเปลือย เต่า และ กระเบนราหู บางครั้งเราเจอมากกว่า 2 ตัว

สิ่งที่ต้องระวัง

หากมีกระแสน้ำแรงให้ระวัง ใช้กองหินบังกระแสน้ำ

มาช่วงไหนดี...

ช่วงหลังเดือนตุลาคม - มีนาคม จะเป็นช่วงที่คลื่นลมสงบ

ข้อมูลการดำน้ำ

Day Dive
Max Depth 25-30
Dive Time 50 min
Temp 27-29 c

คะแนนจาก   SIAM-DIVESITE 

9/10    Natural            ความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ
10/10  Landscape       การชื่นชมธรรมชาติมุมกว้าง
9/10    Visibility          ความใสของน้ำ                    
9/10    Animal             สัตว์แปลกๆน่าตื่นตาตื่นใจ  
9/10    Opportunity    โอกาสเจอสัตว์ใหญ่              
9/10    Level                 ความง่ายในการดำ              
8/10    Convenient      ความสะดวกในการเดินทาง    
9/10    Security            ความปลอดภัย                      
9/10    Value travel     ความคุ้มค่าในการเดินทางมา
9/10    Worth money  คุ้มค่าเงิน                                    



TOTAL  90/100 



Divesite ระดับ 5 ดาว

วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2558

9 ภัยอันตรายของการดำน้ำลึก

โพสนี้ผมเขียนขึ้นเพื่อความเข้าใจนะครับ ไม่ได้มีเจตนาให้เพื่อนๆกลัวการดำน้ำ การดำน้ำจะต้องเรียนรู้ ทุกสถาบันสอนให้คุณดำน้ำอย่างปลอดภัย และรับมือกับปัญหาได้ครับ เรามาดู 9 อย่างที่เราต้องระวังในการดำน้ำกัน นะครับ



1 ปอดฉีก



เป็นสิ่งแรก ที่คนเรียนดำน้ำถูกเตือนให้ระวัง เนื่องจากภายใต้ความลึก อากาศหดตัวเล็กลง แต่เราหายใจปริมาตรในปอดเรา เท่าเดิม หากเราขึ้นเร็วเกินไปปอด ไม่สามารถรับการขยายตัวได้ จึงทำให้ปอดฉีก ดังนั้นการดำน้ำ นักดำน้ำจะไม่ขึ้นจากใต้น้ำด้วยความเร็วเกินไป 

2 อากาศหมด



อันนี้ก็เป็นคำถามยอดฮิตในชั้นเรียน ซึ่งนักดำน้ำที่ดี ควรหมั่นดูมาตรวัดอากาศ อย่าปล่อยให้อากาศหมดเด็ดขาด

3 ปริมาณไนโตรเจนในเลือดมากเกินไป



หากคุณตั้งใจเรียนในห้องเรียน เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมากๆ เนื่องจากก๊าซไนโตรเจนจะถูกบีบอัดภายใต้ความลึก ดังนั้นหากเราดำอยู่ใต้น้ำนานเกินไป โดยไม่กลับขึ้นมาพัก ก๊าซไนโตรเจนจะกลายเป็นฟอง ทำให้อุดตันในกล้ามเนื้อ กระดูก เส้นประสาทได้ ซึ่งส่งผลให้เป็นโรคน้ำหนีบ เพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าวนักดำน้ำควรทำ Safety Stop ก่อนขึ้นทุกครั้ง

4 เมาความลึก



ภายใต้ความลึก ก๊าซไนโตรเจนมีผลทำให้คุณเมา เหมือนทานเหล้าเลยเชียวหละ ดังนั้นหากคุณมึนเมาขณะดำน้ำ นั่นแสดงว่าคุณดำลึกเกินไปแล้ว ดำขึ้นมาตื้นๆหน่อยอาการก็จะหายไปเอง

5 แก้วหูฉีกขาด



นักดำน้ำที่ฝืนดำน้ำโดยไม่เคลียหู แก้วหูจะฉีกเพราะแรงกดดันของน้ำจะสูงขึ้นอีก 14.7 psi ทุกๆ 10 เมตร อาการเหมือนเครื่องบินตอนลงนะแหละ


6 น้ำดูด Rip Current , Down Current



เป็นรูปแบบหนึ่งของกระแสน้ำ ที่เกิดขึ้นจากภูมิประเทศ แรงดูดสามารถดึงคุณสู่ใต้ทะเลลึกกว่า 50 เมตรภายในไม่กี่วินาที ดังนั้นเวลาดำน้ำอย่าแซงหลีดเดอร์ในทริปนะครับ

7 สัตว์ทะเลทำร้าย



ปกติสัตว์ทะเลน้อยชนิดไม่ทำร้ายคน รวมถึงฉลามด้วย นิสัยของสัตว์ทะเลคือป้องกันตัวเองดังนั้น อย่าไปรังแกเค้าก่อนก็พอ

8 พลัดหลง

ในวันที่อากาศไม่ดี กระแสน้ำขุ่นอาจจะทำให้พลัดหลงได้ง่าย ดู Buddy ของคุณไว้ดีๆ หากหลงทางกลับขึ้นมาหากันที่ผิวน้ำนะ 

9 อุปกรณ์ชำรุด



การดำน้ำชีวิตเราฝากไว้กับอุปกรณ์ดำน้ำ ดังนั้นการตรวจเช็คซ่อมบำรุงจึงเป็นสิ่งสำคัญ อุปกรณ์ดำน้ำเราจะต้องนำมาตรวจเช็คทุก 1 ปีนะครับ