วันพุธที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2561

เรื่องที่ต้องรู้ก่อนซื้อกล้อง Action Camera มาถ่ายใต้น้ำ : ครูบูมสอนดำน้ำ


เรื่องที่ต้องรู้ก่อนซื้อกล้อง Action Camera มาถ่ายใต้น้ำ

เรื่องที่ต้องรู้ก่อนซื้อกล้อง Action Camera มาถ่ายใต้น้ำไม่ใช่ว่าเห็นเป็นกล้องมี housing กันน้ำถือลงไปจถถ่ายได้สวย หลายๆคนเสียเงินฟรี เพราะไม่เข้าใจวิธีการถ่าย ลองทำตามที่ผมสอนครับ รูปใต้น้ำจะสวยขึ้นจริงๆ คลิ๊กดูวีดีโอ ข้างล่างนี้ครับ



สนใจเรียนดำน้ำ ทริปดำน้ำ อุปกรณ์ดำน้ำ ติดต่อ ครูบูมสอนดำน้ำ www.udonscuba.com 089-477-4711

#ครูบูมสอนดำน้ำ #สอนถ่ายรูปใต้น้ำ #สอนดำน้ำ #Naui #padi #TheBaByBooM #ถ่ายชิมอิ่มดำ #T3B

วันอังคารที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2560

UnderWater Photography EP1 การดูแลกล้องดำน้ำให้ถูกวิธี


สวัสดีเพื่อนๆชาว Siamdivesite สำหรับช่วงนี้ ก็หายหน้าหายตากันไปนาน ไม่ได้มาเขียนบทความเลย ส่วนใหญ่จะทำคลิปอยู่ในช่อง youtube สำหรับเพื่อนๆที่ติดตาม บล็อกของผมและแฟนเพจขอขอบคุณมากๆครับ


สำหรับวันนี้ เรามาเรียนรู้เรื่องง่ายๆ ในการดูแล กล้องดำน้ำของเรากันครับ ปัญหามันมีอยู่ว่าเวลาเราไปดำน้ำกัน มีเพื่อนๆมากมาย พี่ซื้อกล้องดำน้ำมาใช้ แล้วไม่รู้จักวิธีการดูแลถูกต้อง ซึ่งกล้องดำน้ำ หากเราไม่ได้ดูแลอย่างถูกต้องแล้ว อาจจะทำให้น้ำเข้า และทำให้กล้องเสียหายได้ครับ


ส่วนสำคัญของกล้องดำน้ำประกอบไปด้วย เฮ้าส์ซิ่ง ซื้อเคสกันน้ำนั่นเอง วิธีกันน้ำเข้า ไปยังตัวกล้อง เอาซิ่งจะถูกซีนไว้ด้วย Oring  ซึ่งอยู่ที่ฝาเปิดปิดและอยู่ตามปุ่มต่างๆของตัวกล้อง ถ้าปล่อยให้เป็นขี้เกลือหรือมีทรายเข้าไปอุดตันก็จะทำให้น้ำเข้าได้ครับ


ดังนั้นก่อน-หลังใช้กล้องทุกครั้ง เราจะต้องทำการตรวจเช็คและทำความสะอาด โอริงและเอาซิ่งของเราเป็นอย่างดี




เรามาเริ่มไปพร้อมกันเลยครับ

1 ก่อนลงน้ำในไดฟ์แรกทุกครั้ง เราควรนำโอริงออกมาก ลูบซีรีโคนก่อน โอริงผลิตจากยางซิลิโคนครับถ้าเก็บไว้นานนานมันอาจจะแข็งหรือแตกร้าวได้ ดังนั้นการรูปซิลิโคนไม่ได้เพื่อป้องกันน้ำเข้า แต่เพื่อป้องกันไม่ให้ยางโอริงของเราเสื่อมสภาพ พูดง่ายๆแบบเป็นการทาครีมให้ผิวนั่นเอง วิธีที่ถูกต้องดูจากคลิปได้เลยนะครับ


2 สำหรับเฮ้าส์ซิ่งของกล้อง ให้เอาผ้าสะอาดพวกผ้าเช็ดแว่นหรือผ้าเช็ดคอมพิวเตอร์ได้ยิ่งดีครับ ผ้าควรมีผิวอ่อนนุ่มเพราะจะไม่ทำให้ เฮ้าส์ซิ่งของเราเป็นรอยขีดข่วน พยายามเช็ดให้สะอาดทุกซอกทุกมุม เช็ดคราบซิลิโคนเก่าออกให้หมด รวมถึงเปล่าเอาทรายออกด้วยครับ ระวังให้ดีกับพวกเส้นผม หรือคนที่ใช้สำลี จัดทิชชูในการเช็ด ต้องดูให้แน่ใจนะครับว่าไม่มีเศษของดังกล่าวอยู่ในเฮ้าส์ซิ่ง


3 สำหรับ ไดฟ์เรก คนที่ไม่ได้เอากล้องลงนานๆ หรือเอากล้องลงครั้งแรกเพิ่งซื้อมาใหม่ อย่าเพิ่งใส่กล้องลงไปในเฮ้าส์ซิ่งครับ ให้เทส โดยการเอาเฮ้าส์ซิ่งเปล่าเปล่าๆไปดำน้ำก่อนใส่ทิชชูไว้ข้างในสัก 2-3 แผ่น เพื่อตรวจดูว่าเราซึ่งของเราสามารถใช้งานได้น้ำไม่เข้า


4 เมื่อเอากล้องลงน้ำจริงขนาดลงไปในน้ำ ให้มองที่ฝามองหลังกล้องตลอดเวลานะครับ เผื่อถ้ามีน้ำไหลเข้ามาอาจจะนำกล้องกลับขึ้นมาทำโดยที่น้ำไม่เข้าไปโดนตัวกล้อง


5 หลังจากดำน้ำเสร็จทุกครั้งให้เอากล้องไปแช่ในน้ำเปล่าครับ อย่างน้อยสัก 15 นาทีแล้วเอาขึ้นไปเช็ดและเก็บแยกไว้  เพื่อนเพื่อนหลายหลายคนชอบทิ้งกล้องไว้ในถัง ข้ามวันข้ามคืนหรือตลอดทริป บอกเลยครับอันนี้อันตรายมาก เห็นมาหลายคนแล้ว เพราะในทริปดำน้ำ มีทั้งมือเก่ามือใหม่ผสมกันอยู่ บางคนก็ไม่ทราบว่าเป็นถังสำหรับใช้กล้อง โยนพอยเตอร์บ้าง ไฟฉายบ้าง ลงไปในถังแช่กล้อง มีโอกาสจะทำให้เฮ้าซิ่งของเราแต่ได้ครับ


6 เมื่อจบทริป ทำความสะอาดกล้องวันสุดท้าย อย่าลืมที่จับกดปุ่มต่างๆขณะที่เราล้างด้วย เพื่อไม่ให้น้ำทะเลที่อาจจะขังอยู่ เกิดคราบเกลือขนาดที่  เราเอาไปเก็บครับ


7 สุดท้ายเมื่อเก็บอุปกรณ์ให้แยกเก็บโอริงไว้ในถุงพลาสติก อย่าใส่คาไว้ในเฮาซิ่งนะครับ นานๆไปโอริงมันจะเสียทรง แยกเก็บไว้ดีที่สุดครับ


หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆนักดำน้ำทั้งมือใหม่และมือเก่านะครับ

ถ้าชอบหรือถูกใจอย่าลืมติดตามใน fanpage facebook  และช่อง youtube ของผมด้วยนะครับ

สนใจคอร์สเรียนถ่ายภาพใต้น้ำ ONLONE กดไปตาม Link ได้เลยครับ

เรียนถ่ายภาพใต้น้ำ Online Skilllane หรือ ตลาดปัญญา


ติดตามรายการดำน้ำ ในช่อง Youtube 

คลิ๊กเลย

เพื่อนๆที่ Download Line Sticker ScubaBear

รับเลยส่วนลด 15 % จากทางร้าน ที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ - 1 พค 17







Download Stick Line (Thai) Click


Donload Sticker Line (English) Click 



ชอบกด LIKE ถูกใจ ช่วยแชร์ด้วยนะครับ 

เขียนโดย ครูบูมสอนดำน้ำ
nathan.prosac@gmail.com
Line:bybabyboom



วันอังคารที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2560

ดำน้ำลึกแล้วเจ็บหู ขึ้นเครื่องบินแล้วเจ็บหู เคลียร์หูยาก มีวิธีฝึก


ดำน้ำลึกแล้วเจ็บหู ขึ้นเครื่องบินแล้วเจ็บหู เคลียร์หูยาก มีวิธีฝึก


ช่วงหลังๆผมก็ไม่ค่อยมีเวลามาเขียนบทความมากนัก เพราะส่วนใหญ่จะนั้งทำ Youtube มากกว่า เนื่องจาก ผมก็เป็นคนพิมพ์ ไม่ค่อยเก่ง แถมพิมพ์ผิดประจำครับ ถ้าเพื่อนๆที่ขี้เกียจอ่านบทความยาวๆ
สามารถไปชมคลิปได้ใน YOUTUBE เลยนะครับ >>>> วิธีเคลียร์หู

สมัยก่อนผมเป็นคนที่ นั่งเครื่องบินแล้วทรมานมากๆ กับอาการเจ็บหูเวลาเครื่องลง เคยหาข้อมูลในเนท ถามพนักงานต้อนรับบนเครื่อง ส่วนใหญ่ก็บอกให้กลืนน้ำลายบ้าง ดื่มน้ำบ้าง เคี้ยวหมากฝรั่งบ้าง ซึ่งคงมีหลายๆคนที่ใช้วิธีนี้ได้ผม ส่วนตัวผม มันไม่ได้ผลครับ ผมทรมานกับการนั่งเครื่องบินมานานมากๆ จนเกลียดการนั่งเครื่องบินเลยทีเดียว

จนได้มาเรียนดำน้ำ ก็พึ่งรู้ว่ามีวิธีการเคลียร์หูด้วย ก่อนจะไปสู่วิธีการฝึกฝน เรามาดูเหตุผลกันซักหน่อยครับ

โดยปรกติเราอาศัยอยู่ ที่ความสูงระดับ น้ำทะเล ซึ่งมีแรงกดอากาศอยู่ที่ 14.7 Psi เมื่อเราเปลี่ยนระดับ แรงกดก็เปลี่ยนครับ โดยถ้าเราขึ้นที่สูง มันจะเบาบางลง ที่ 1 เท่าตัวทุกๆ 100 ไมล์ หรือ 160 กิโลเมตร โดยประมาณ เราเรียกว่า 1 ชั้นบรรยากาศ หรือ 1 ATM  (เพื่อนๆเริ่มคุณๆกันรึยังครับ เรื่องนี้ทุกคนได้เรียนตอนเรียนดำน้ำครับ) ต่อมาถ้ากลับกันเราดำน้ำลงไป 33 ฟุต หรือ 10 เมตร ในน้ำทะเล ก็เท่ากับ 1 ชันบรยากาศ ความกดอากาศก็จะเพิ่มอีก 1  เท่าตัวทุก 1 ATM

บางคนสงสัยว่า อ้าวทำมั้ยในน้ำ 10 เมตรก็ 1 ATM เหตุผลก็เพราะว่า ในน้ำทะเลมีความหนาแน่นมากกว่าอากาศนั่นเอง

ต่อมา แล้วมันเกี่ยวอะไรกับอาการเจ็บหู ล่ะ เพราะทุกชั้นบรรยากาศที่เปลี่ยนไป มีผลกับอากาศในภาชนะปิดครับ ยกตัวอย่าง ถุงขนม ถ้าเราเอาขึ้นไปบนภูเขาสูงๆ มันก็จะบวมๆ หรือบางครังถึงกับแตกก็มี นั่นเพราะอากาศภายในมันขยายตัว จากแรงกดดันภายนอกที่น้อยลงนั่นเอง แต่ถ้ากลับกันเราดำน้ำถุงขนมก็จะหดเล็กลง จากความกดดันภายนอกที่มากขึ้น (ผมรู้ว่าหลายคนงง)

ง่ายๆครับ ถ้าเราขึ้นอากาศขยายตัว ถ้าเราลงอากาศหดตัว จำแบบนี้ก็ได้

ที่มันเกี่ยวกับหูเรา เพราะ หูเราเป็นเยื่อบางๆ ปิดกันไว้ในช่องหู (ขอโทษนะครับไม่ทราบศัพท์ทางการแพทย์) ซึงจะมีรูเล็กๆที่ระบายอากาศเข้าออกได้ เมื่อแรงดันเปลี่ยน ซึ่งรู้นี่และเยื่อแก้วหู นี่แหละ ที่แต่ละคนมีความใหญ่เล็กและ ความยืดหยุ่นไม่เท่ากัน จึงทำให้บางคน เจ็บหูง่าย หรือบางคนเคลียร์หูยาก

ขณะที่เราขึ้น ร่างกายเราโดยส่วนใหญ่สามารถปรับแรงดันออกได้เอง ยกเว้นการขึ้นเร็วมากๆ ก็มีผลเราเรียกว่าอาการ reverse block ถ้าเราลง เช่นเครื่องบินลง หรือดำน้ำลึก เราเรียกว่า squeeze ซึ่งอาการ squeezeเกิดขึ้นจาก อากาศภายในช่องหู มันขยายตัวออก และพยามหาทางออก มานั่นเอง

ดังนั้นเรามาดูวิธีการเคลียร์หู กันดีกว่าว่ามีแบบไหนบ้าง
1 การกลืนน้ำลาย หรือดื่มน้ำ
2 การขยับกราม ขากรรไกร หรือเคี้ยวหมากฝรั่ง
3 การทำ  valsalva maneuver 

โดยวิธีการทำ valsalva maneuver มีวิธีดังนี้

3.1 หายใจเข้า
3.2 เอามือบีบจมูก และปิดบากให้สนิด ถ้าคาบRec อยู่ก็เม้นปากไว้ครับ
3.3 ค่อยๆหายใจออกทางจมูกขณะที่บีบไว้ อากาศจะหาทางออกไม่ได้ และ มันจะไปดันในช่องหูแทน
3.4 ทำจนได้ยินเสีย ป๊อก หรือ กร๊อบบบ หรือรุสึกว่า ไม่เจ็บหู
3.5  ทำก่อนที่จะเจ็บทุกครัง เริ่มทำได้เมื่อรุสึกตึ่งๆ บอกไม่ได้นะครับว่าต้องทำตอนไหนแล้วแต่คน
และให้ทำเรื่อยๆ ขณะดำน้ำลง หรือ เครื่องบินลง
3.6 ห้ามทำตอนขาขึ้นเด็ดขาด เพราะอาจทำให้แก้วหูฉีกขาดได้  

ส่วนคนที่ใช้วิธีนี้ แล้วยังมีปัญหาอยู่ให้ตรวจสอบตัวเองว่าเรามีอาการดังต่อไปนี้หรือไม่
1 เป็นหวัด มีน้ำมูก มีปัญหาเรื่องหลอดลม โพรงไซนัส
2 นอนดึก ร่างกายอ่อนเพลีย
3 เยื่อแก้วหูอักเสป หรือโรคในช่องหู

ถ้ามีอาการหล่าวนี้  ก็ทานยากรือรักษาให้หายก่อนครับช่วยได้

สุดท้าย ขอฝาก เพจ FaceBook SiamDiveSite ไปกด Like ไว้พูดคุยกันได้นะครับ


     


ติดตามรายการดำน้ำ ในช่อง Youtube 

คลิ๊กเลย

เพื่อนๆที่ Download Line Sticker ScubaBear

รับเลยส่วนลด 15 % จากทางร้าน ที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ - 1 พค 17







Download Stick Line (Thai) Click


Donload Sticker Line (English) Click 



ชอบกด LIKE ถูกใจ ช่วยแชร์ด้วยนะครับ 

เขียนโดย ครูบูมสอนดำน้ำ
nathan.prosac@gmail.com
Line:bybabyboom


วันศุกร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2560

วางแผนท่องเที่ยวดำน้ำ DayTrip หรือ Liveaboard

ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ผมวุ่นวายกับทริปตลอดเดือนธันวาคม ทำให้ไม่มีเวลามาเขียนบทความในนี้เลย ส่วนคลิป ในYoutube ช่วงนี้ก็ยังไปการรีวิว ของใช้ต่างๆอยู่นะครับ สำหรับเพื่อนๆที่ติดตาม เกี่ยวกับเรื่องดำน้ำ รอตอบคำถามพูดคุยกันในช่วงรายการสดได้เลยครับ

ไหนๆช่วงนี้ก็เป็น ช่วงพีคในการท่องเที่ยวดำน้ำ สำหรับบทความนี้ เลยถือโอกาสในการแนะนำ การดำน้ำในรูปแบบต่างๆ สำหรับเพื่อนๆนักดำน้ำมือใหม่ ว่าการไปดำน้ำเรามีแบบไหนกันบ้าง เพื่อเพื่อนๆจะได้ เตรียมตัว วางแผนหาวันหยุดกันสำหรับปีนี้นะครับ

รูปแบบการดำน้ำ ท่องเที่ยว



1 Day Trip หรือ ไปเช้าเย็นกลับ การดำน้ำแบบนี้เหมาะกับเพื่อนๆที่มีเวลาน้อย บางคนไปเที่ยวแล้วอยากมีเวลาดำน้ำสัก 1 วัน ก็สามารถทำได้ ในการดำน้ำแบบ Day Trip มีบริการอยู่ 3 แบบ



- เรือ Day Trip แบบวิ่งประจำ เรือแบบนี้ เค้าจะรับ นักท่องเที่ยวโดยคิดราคาแบบ ต่อ 1 คน เรือจะมีแพลย วิ่งอยู่แล้ว เราสามารถติดต่อจากร้านดำน้ำ หรือ ครูดำน้ำ เพื่อขอไปร่วมทริปที่จัดไว้ โดยค่าบริการตั้งแต่ 1000-3000 บาทต่อวัน สำหรับการดำน้ำ 2-3 ไดฟ์ ราคามักจะรวมอาหาร กลางวัน แต่ไม่รวมค่าอุปกรณ์ 400-700/วัน เรือเหล่านี้มีบริการตาม จุดดำน้ำเมืองท่องเที่ยวใหญ่ๆ เช่น พัทยา สัตหีบแสมสาร ภูเก็ต เกาะเต่า 




- เรือ Day Trip แบบเช่าเหมาลำ มีให้เลือกทั้ง speed boat เรือประมงดัดแปลง และเรือหางยาว ขึ้นอยู่กับสถานที่ที่เราจะไป การดำน้ำแบบนี้ ได้ความเป็นส่วนตัว สามารถจัดกลุ่มเล็กๆ 4-8 คน ก็ไปได้ จุดดำน้ำก็เลือได้ตามความเหมาะสมและประสบการณ์ ของนักดำน้ำ แต่การเหมาลำแบบนี้ เราจะต้องไปกับครู หรือ DM เพื่อความปลอดภัยในการดำน้ำ ซึ่งราคาก็ขึ้นอยู่กับ ระยะทาง และขนาดเรือ เรือเหล่านี้มีบริการตาม จุดดำน้ำเมืองท่องเที่ยวติดทะเล เช่น พัทยา สัตหีบแสมสาร เกาะต่างๆ ภูเก็ต เกาะเต่า 

ตัวอย่างทริป เกาะยาว



- พักรีสอร์ท ดำน้ำ  (beach dive) บางรีสอร์ท เค้ามีจุดดำน้ำหน้าหาด เราก็สามารถดำน้ำที่รีสอร์ทได้เลย แต่ในประเทศไทยไม่เป็นที่นิยมนัก เพราะจุดดำน้ำสวยๆในเมืองไทย ตั้งอยู่ใน อุทยานแห่งชาติ จึงไม่มีรีสอร์ท หรือบางรีสอร์ทที่จุดดำน้ำไม่ไกลนัก เค้าก็มีเรือไว้บริการเรา จุดดำน้ำ ในเมืองไทยก็จะมี จุดดำน้ำ ใกล้ชายหาด เช่น เกาะเต่า อ่าวทองหลาง(ประจวบ)  ในต่างประเทศเป็นที่นิยมมากๆ เช่น สิปาดัน(มาเลเซีย) บาหลี เป็นต้น



2 Liveaboard การดำน้ำแบบกินนอนบนเรือ สำหรับคนที่อยากสัมผัสธรรมชาติ และโลกใต้น้ำที่สวยงามและมีเวลาในการดำน้ำ ในช่วงวันหยุดยาว ทางเลือกของนักดำน้ำ คือการไปพักบนเรือ



 ในประเทศไทยมีบริการ เรือ Liveaboard อยู่หลายลำ ทั้งราคาถูกและแพง ซึ่งห้องพักต่างกันตามราคา เราสามารถเลือกที่เหมาะสมกับเรา และทริปที่จะไป สามารถชมตัวอย่างได้จากการรีวิวเรือครับ

- Tapana 1
- Tapana 2 catamaran 
- อาหารบนเรือ
- ฟ้าใส

การท่องเที่ยวแบบ Liveaboard เราจะต้องวางแผนล่วงหน้า 2-3 เดือนเนื่องจากทริปพวกนี้เราจะต้อง จองล่วงหน้าครับ และ สถานที่ รวมถึง วันเรือออกจะมีตารางกำหนดมาล่วงหน้าแล้ว ง่ายที่สุดคือการติดต่อกับ ร้านดำน้ำ หรือครูดำน้ำของเราครับ เพื่อความปลอดภัยในการดำน้ำ ราคาขายของทริป จะมีราคาคนไทย และ ชาวต่างชาติ ราคาทริป เริ่มต้นที่ 15,000-35,000 การจัดทริปส่วนใหญ่จะเป็นดังนี้ครับ

ทริป เกาะเต่า หินใบ กองชุมพร หินแพ 4 วัน 3 คืน ดำน้ำ 11 ไดฟ์
ทริป อันดามันเหนือ สิมิลัน เกาะบอน เกาะตาชัย ริเชริว 5 วัน 4 คืน ดำน้ำ 15 ไดฟ์
ทริป อันดามันใต้ เกาะ5 หินแดง-หินม่วง หลีเป๊ะ พีพี 5 วัน 4 คืน ดำน้ำ 15 ไดฟ์
ทริป อันดามันใต้(เฉพาะหลีเป๊ะ) 4 วัน 3 คืน ดำน้ำ 11 ไดฟ์
ทริป อันดามันเหนือ-ใต้ สิมิลัน เกาะบอน เกาะตาชัย ริเชริว เกาะ5 หินแดง-หินม่วง 6 วัน 5 คืน ดำน้ำ 18 ไดฟ์
ทริป โลซิน  4 วัน 3 คืน ดำน้ำ 11 ไดฟ์

โดยทริปต่างๆ จะมีจัดเป็นช่วงที่เหมาะกับช่วงเวลาในการไปดำ รวมถึงสภาพอากาศ ซึงอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ครับ

แนะนำ รีวิวแหล่งดำน้ำ คลิ๊ก

ขอให้เพื่อนๆ สนุกกับการดำน้ำ นะครับ


คลิปแนะนำเที่ยวดำน้ำ คลิ๊กเลย





ติดตามรายการดำน้ำ ในช่อง Youtube 

คลิ๊กเลย

เพื่อนๆที่ Download Line Sticker ScubaBear

รับเลยส่วนลด 15 % จากทางร้าน ที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ - 1 พค 17







Download Stick Line (Thai) Click


Donload Sticker Line (English) Click 



ชอบกด LIKE ถูกใจ ช่วยแชร์ด้วยนะครับ 

เขียนโดย ครูบูมสอนดำน้ำ
nathan.prosac@gmail.com
Line:bybabyboom



วันเสาร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ทบวนเรียนดำน้ำSCUBA เรื่อง โรค Bends อันตรายจากการดำน้ำ

ทบวนเรียนดำน้ำSCUBA เรื่อง โรค Bends อันตรายจากการดำน้ำ


ที่มาของการเขียนบทความนี้มาจาก ช่วงนนี้เป็นช่วงที่ถือว่าคึกคักมากๆครับสำหรับการดำน้ำ เพื่อนๆหลายๆคนไม่ได้ดำน้ำมานาน เริ่มลืมในเรื่องความปลอดภัย เนื้อหาการเรียนดำน้ำมีเยอะมากๆ พูดตรงๆตอนผมจบใหม่ๆก็จะไม่ได้ครับ โรคBends คืออะไร จำสลับกับปอดฉีกด้วยซ้ำครับ 
จะกลับไปถามครู ก็กลัวว่าจะหาว่าตอนสอนไม่ได้ฟัง 555 เอาเป็นว่าผมสรุปไว้ใน Blog นี้เรียบร้อยครับ

บทความนี้ เป็นบทเรียนทบทวนการเรียนดำน้ำ ในกลักสูตร NAUI SCUBA สำหรับเพื่อนๆที่อยากทบทวน เรื่องโรค Bends หรือในภาษาไทยเราเรียกว่า โรคน้ำหนีบ ครับเพื่อทำความเข้าใจในเรื่อง การใช้ DiveTable และ dive computer ต่อไปครับสำหรับคนที่ไม่อยากอ่านยาวๆ ได้ทำสรุปไว้ใน VDO ด้านล่างนี้นะครับ



คลิ๊กดูวีดีโอ




In gassing & Off gassing (กระบวนการแก๊สเข้าสู่ร่างกายและออกจากร่างกาย)



in gassing

N2 สามารถซึมเข้าสู่เนื้อเยื่อตามส่วนต่างๆของร่างกายเมื่อความกดดันรอบตัวมากกว่า 2 ata หรือที่ 10 m / 33 ft ในน้ำทะเล 

Off Gassing


N2 ซึมออกจากเนื้อเยื่อของร่างกายเมื่อความกดดันลดลง และจะออกหมด ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากการดำน้ำ


-การที่ร่างกายสะสมไนโตรเจน (N2) ไว้เต็มที่แล้วจะไม่สามารถลงไปดำน้ำได้ในทันที
-การสะสมของไนโตรเจน (N2) ในร่างกายของนักดำน้ำ ทำให้การดำน้ำ Dive ต่อไปสั้นลง
-การสะสมของไนโตรเจน (N2) ในร่างกายของนักดำน้ำ จะลดลงเมื่อได้พัก และสามารถที่จะดำน้ำใน Dive ต่อไปได้ตามจำนวนที่ลดลงไปของไนโตรเจนในร่างกาย

Decompression sickness(โรคน้ำหนีบ)



DCS คือ อะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร : เป็นอาการที่ร่างกายของเรามี การสะสมของ N2 ในจำนวนมากๆ ขณะดำน้ำที่ลึกกว่า 10 เมตร หรือ 33 ฟุตเป็นต้นไป แล้วกลับขึ้นสู่ผิวน้ำเร็วเกินไป ทำให้ฟองของ N2 ที่รวมอยู่กับเลือดของเรา ขยายตัวใหญ่ขึ้น และอุดตันในเส้นเลือดในส่วนต่างๆ ของร่างกาย ฟอง N2 อาจจะไปอุดตันตามส่วนต่างๆของร่างกาย ดำลึกเกินไป ดำนานเกินไป หรือ ขึ้นสู่ผิวน้ำเร็วเกินไป) ฟองนั้นจะเดินทางไปสิ้นสุดที่คอคอดของเส้นโลหิตตรงไหน โดยส่วนใหญ่จะเกิดบริเวณข้อต่อต่างๆ และอาจมีการกดทับเส้นประสาทนั้นๆ เช่น ข้อศอก หรือหัวไหล่ เราถึงเรียกอาการนี้ว่า BENDS

DCS สามารถเกิดได้ที่ไหนบ้าง: 
-Skin bends: คันๆ ที่ผิวหนัง เป็นสัญญาณเตือนว่าเป็น Bends
-Limb bends (joint pain): เจ็บบริเวณ ข้อศอก หรือหัวไหล่
-CNS และ Neurological bends (STAGGER): ฟองไนโตรเจนอุดตันในเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองส่วนกลาง เป็น DCS ที่อันตรายที่สุด เจ็บตามเส้นประสาท อันตรายมากถ้าเป็นที่ไขสันหลัง (Spinal cord)
-Inner ear bends : สูญเสียการทรงตัว (Vertigo) 


Bends ทุกชนิดมีอันตราย ถ้ามีอาการต้องไป Chamber#
อาการสามารถเกิดขึ้นได้ทันทีหลังจากขึ้นจากน้ำ หรือจนถึง 24 ชั่วโมง (หรืออาจจะมากกว่านั้น)



อาการ

อาการเจ็บปวด หรือชาตามข้อต่อต่างๆ 
ผื่นแดงบนผิวหนัง และอาจมีอาการเจ็บๆ คันๆ (รู้สึกเหมือนถูกเข็มทิ่มแทง)
อ่อนเพลียอย่างรุนแรง 
อาการไอ
เจ็บหน้าอกอย่างมาก
การเปลี่ยนไปของบุคลิกภาพ
Vertigo
สูญเสียการมองเห็น และการได้ยิน
ถ้ารุนแรง อาจเป็นอัมพาต 

ปัจจัยที่ทำให้เกิด DCS

การดื่มเหล้าหลังจากการดำน้ำ = แอลกอฮอล์ ทำให้ร้างกายขาดน้ำและหัวใจเต็นเร็ว
เล่นกีฬาหลังจากการดำน้ำ = การออกกำลังกายทำให้หัวใจเต้นเร็ว
คนที่มีบาดแผล = เสียเลือดมากร้างกายจะขาดน้ำ
ดำน้ำที่เย็นจัด = ขณะดำน้ำเย็นจัด หัวใจเราจะเต็นเร็ว และมีอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ
ออกแรงมากในขณะการดำน้ำ =   หัวใจเราจะเต็นเร็ว และมีอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ
นักดำน้ำที่มีอายุมาก หรืออ้วน = สุขภาพไม่เข็งแรงเท่าคนปรกติ

ความต้านทาน และการเกิดโรค Bends ของแต่ละคนต่างกัน

การป้องกันไม่ให้เกิด DCS

เรียนรู้ และวางแผนการดำน้ำโดยใช้ตารางดำน้ำ NAUI Dive Table (อย่าวางแผนการดำน้ำแบบ Decompression Dive) 
ใช้ Dive Computer ในการดำน้ำ
Ascend Rate ไม่ให้เร็วเกินกว่า 9 ม. หรือ 30 ฟุตต่อนาที
ทำ Safety Stop (Precautionary stop require) ที่ความลึกประมาณ 3-6 m / 10-20 ft เป็นเวลา 3 ถึง 5นาที


การดำน้ำ Scuba จะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญครับ
ถ้าเพื่อนที่ใส่ dive computer อย่าลืมที่จะศึกษาวิธีการดูมาด้วยครับ ก่อนหน้านี้ได้ Live ในช่อง Youtube เรื่องนี้ไว้สามารถไปชมย้อนกลังได้ครับ สุดท้ายขอให้เพื่อนๆ ดำน้ำกันอย่างสนุกสนานและปลอดภัยทุกท่านครับ


ติดตามรายการดำน้ำ ในช่อง Youtube 

คลิ๊กเลย

เพื่อนๆที่ Download Line Sticker ScubaBear

รับเลยส่วนลด 15 % จากทางร้าน ที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ - 1 พค 17







Download Stick Line (Thai) Click


Donload Sticker Line (English) Click 



ชอบกด LIKE ถูกใจ ช่วยแชร์ด้วยนะครับ 

เขียนโดย ครูบูมสอนดำน้ำ
nathan.prosac@gmail.com
Line:bybabyboom